นานที 3 ชาติหน จะอัพเดทบล็อคซักที ห่างหายไปนานกับการแปลเพลง เนื่องจากทำงาน ไม่ค่อยมีเวล่าว่าง(?) คราวนี้ได้มีโอกาสหยิบเพลงซึ้งเรียกน้ำตาอย่าง  忘れないよ ของ อาโอยามะ เทรุมะ มาแปลบ้าง เป็นเพลงที่ผมชอบมากๆ ถ้าฟังตอนเศร้าๆนี่น้ำตาไหลเอาง่ายๆเลยทีเดียว
 
เอาล่ะ ไม่พูดไล่ามทำเพลง เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า
 
 
 
 
青山テルマ - 忘れないよ (Aoyama Thelma - Wasurenaiyo)
 
歌:青山テルマ 作詞:MOMO“mocha”N 作曲:MOMO“mocha”N・U-Key zone
 

Can I still believe in you?
不安だけど信じていたいの mmm
きっとこれが愛なんだって、
消えないものなんだって、
初めておしえてくれた人だから

I'm not saying it's a promise
約束ではない
だってコトバは曖昧でしょ?
もっと単純なことなんだ
愛されて、うれしくて、
ただ逢いたいから
I'll be waiting

※忘れないよ。忘れないよ。
だから今日もあの日のように
待ってるよ。待ってるよ。
寂しいけど大丈夫
おかえり、って包んでくれたあったかい胸の鼓動が
Ah 聞こえそうで… Missing U※

何も変わらない日常から
あなただけがいなくなった途端に
周りの全てストーリー失って
目に映るのは、もう知らない街みたい

I'm not saying it's a promise
約束ではない
だって叶わないと傷つくでしょ?
きっと本能ってやつなの
どうしようもなく気になって
ただ逢いたいから
I'll be waiting

△どうしても、どうしても、
憶えていたい事だから
いつまでも、いつまでも、
変わらないって言わせてよ
ただいま、って抱きしめてくれた心地よさが
Ah 残っていて… Missing U△

I'm not saying it's a promise (No it's not)
でも信じさせて (I believe…)
約束なんかじゃない (Even though it's not a promise)
ただ逢いたいから
I'll be waiting

(※くり返し)
(△くり返し)
 
 
 
Can I still believe in you?
fuan dakedo shinjiteitai no mmm
kitto kore ga ai nan datte
kienai mono nan datte
hajimete oshiete kureta hito dakara

I'm not saying it's a promise
yakusoku de wa nai
datte kotoba wa aimai deshou
motto tanjun na koto nanda
aisarete ureshikute
tada aitai kara
I'll be waiting

※wasurenai yo wasurenai yo
dakara kyou mo
ano hi no you ni
matteru yo matteru yo
samishii kedo daijoubu
okaeritte tsuntsunde kure
taattakai mune no kodou ga
kikoesoude Missing U※

nanimo kawaranai nichijou kara anata dake ga
inakunatta totan ni
mawari no subete story ushinatte
me ni utsuru no wa mou shiranai machi mitai

I'm not saying it's a promise
yakusoku de wa nai datte
kanawanai to kizutsuku deshou? kitto
honnoutte yatsu na no doushiyou mo naku ki ni natte
tada aitai kara
I'll be waiting

△doushitemo doushitemo oboeteitai
koto dakara itsumademo itsumademo
kawaranaitte iwasete yo
tadaimatte dakishimete kureta kokochiyosa ga
nokotteite Missing U△

I'm not saying it's a promise (no it's not)
demo shinjisasete (I believe, I believe, I believe)
yakusoku nanka janai) (Even though it's not a promise)
tada aita kara
I'll be waiting
 
(※Repeat)
(△Repeat)
 
 
 
ฉันยังเชื่อมั่นในตัวเธอได้ไหม?
แม้จะกังวล แต่ก็อยากจะเชื่อต่อไป
นี่เป็นความรักแน่ๆ
เป็นสิ่งที่ไม่อาจลบเลือนได้
และเธอก็เป็นคนแรกที่สอนให้ฉันรู้จักกับความรัก

ฉันไม่บอกว่านี่คือคำสัญญา
มันไม่ใช่คำสัญญา
แต่คำพูดนี้อาจฟังดูกำกวม
ถ้าจะพูดให้ง่ายกว่านี้ล่ะก็
ฉันดีใจที่ได้รับความรักจากเธอ
ขอเพียงได้พบเธออีกครา
นานเท่าไหร่ฉันก็จะรอ

※ฉันจะไม่ลืม จะไม่ลืม
เพราะงั้น วันนี้ก็ยังคงเหมือนเมื่อวันวาน
ฉันยังรอเธออยู่ รอคอยเธออยู่
แม้เหงาเพียงไร ก็ทนไหว
เสียงเต้นของหัวใจอันอบอุ่นที่ห่อหุ้มตัวฉันนั้น
อา...ราวกับฉันได้ยินเสียงนั้น ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน※

แม้ไม่มีอะไรแปรเปลี่ยน
แต่เพียงเธอหายไปจากชีวิตฉัน
ราวกับมันสูญเสียทุกสิ่งรอบกาย
ดั่งเมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองที่ฉันไม่รู้จัก

ฉันไม่บอกว่านี่คือคำสัญญา
มันไม่ใช่คำสัญญา
แต่หากไม่สมหวัง ฉันคงต้องเสียใจ
มันเป็นสัญชาตญาณกระมัง
ที่ฉันต้องรู้สึกว้าวุ่นอย่างช่วยไม่ได้
ขอเพียงได้พบเธออีกครา
นานเท่าไหร่ฉันก็จะรอ

△ไม่ว่าจะยังไง ไม่ว่าจะอย่างไร
ฉันก็อยากจดจำเรื่องราวเหล่านี้เอาไว้
ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไร
ก็จะไม่แปรเปลี่ยนไป
ความรู้สึกสุขใจที่เธอโอบกอดฉันนั้น
อา...ยังคงหลงเหลืออยู่ ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน△

ฉันไม่บอกว่านี่คือคำสัญญา
แต่ขอให้ฉันได้เชื่อมั่นต่อไป
มันไม่ใช่คำสัญญา
ขอเพียงได้พบเธออีกครา
นานเท่าไหร่ฉันก็จะรอ

(ซ้ำ ※)
(ซ้ำ △)
 
 
ขอบคุณที่ติดตามครับ

Review : Shadow of the Colossus

posted on 05 Jun 2012 08:58 by iseria in Review directory Entertainment, Tech
รีวิวเกมเก่าอีกแล้ว สำหรับคนไม่เคยเล่น ใครเคยเล่นแล้วก็ผ่านไปได้เลย (อารมณ์อยากเขียน)

[IMG]

ชื่อเกม : Shadow of the Colossus
แนว : Action-Adventure
ระบบ : Play Station 2

อีกหนึ่งเกมคุณภาพระดับตำนานของเครื่อง PS2 จากทีมสร้างเดียวกับ ICO ที่เคยสร้างความประทับใจให้เหล่าเกมเมอร์เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งตัวเกม Shadow of the Colossus เองก็ยังมีเนื้อหาที่เชื่อมต่อกับ ICO

เฉกเช่นเดียวกับ ICO เกมนี้มีวิธีการเล่าเรื่องแบบแปลกใหม่ที่เน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ตลอดทั้งเกมมีบทสนทนาเพียงน้อยนิด ทำให้มีหน้าว่างให้ผู้เล่นได้จินตนาการเรื่องราวต่างๆเอาเอง หลายคนยกย่องให้เกมนี้เป็นสุดยอดเกมบนเครื่อง PS2 ซึ่งจะจริงรึไม่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน และขอให้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองจะดีที่สุด


เนื้อเรื่อง : 9/10

ณ สถานที่แห่งหนึ่งอันเงียบสงบ ที่ซึ่งดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภาพนอกอย่างสิ้นเชิง มีชายหนุ่มผู้หนึ่งกับ "อะโกร" ม้าคู่ใจกำลังมุ่งเดินทางสู่ที่แห่งนั้น ที่ซึ่งเป็นดินแดนต้องห้ามอันเป็นที่พำนักของเทพองค์หนึ่ง นามว่า "ดอร์มิน" ซึ่งกล่าวกันว่า เป็นเทพที่สามารถประทานสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่าง...แม้กระทั่งชีวิต

[IMG]

ชายหนุ่มได้นำร่างไร้วิญญาณของ "โมโน" คนรัก ไปที่แห่งนั้นเพื่อขอพรจากเทพดอร์มินให้ช่วยฟื้นคืนชีวิตของเธอกลับมาอีก ครั้ง โดยที่ตนนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับชีวิตของโมโน หากแต่สิ่งที่เรียกว่าชีวิตนั้นมีค่ามหาศาลยิ่งนัก แม้แต่เทพเจ้าก็อาจไม่สามารถเรียกคืนได้ อย่างไรก็ตามดอร์มินได้มอบหมายให้ชายหนุ่มไปปราบอสูรกายยักษ์ทั้ง 16 ตนในดินแดนแห่งนั้น เป็นการแลกเปลี่ยนกับชีวิตของคนรัก ชายหนุ่มผู้มีเพียงดาบหนึ่งเล่ม ธนูหนึ่งคัน และม้าคู่กายอีกหนึ่งตัว จึงต้องเดินทางไปทั่วดินแดนอันเวิ้งว้างว่างเปล่าเงียบสงัดราวกับเวลาถูก หยุดนิ่ง เพื่อต่อสู้กับอสูรกายยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวทั้ง 16 ตน ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อจะฟื้นคืนชีวิตของหญิงสาวที่เขารักให้กลับคืนมา... แต่การขอฟื้นคืนชีวิตใหม่อีกครั้ง อาจมีค่าตอบแทนมากกว่าที่ชายหนุ่มคิดไว้มาก...

[IMG]

[IMG]

อย่างที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เกมๆนี้เน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ตลอดทั้งเกมมีบทสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น ผู้เล่นต้องจินตนาการเรื่องราวต่างๆเอาเอง ทำให้เนื้อเรื่องของ Shadow of the Colossus ของแต่ละคน อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึงที่น่าหลงไหลของเกมนี้ทีเดียว

แม้เนื้อเรื่องของเกมจะมีเนื้อหาไม่มาก ดูโล่งๆไร้ที่มาที่ไป แต่นั่นก็เป็นหน้าว่างให้ผู้เล่นเติมแต่งกันเอาเอง เนื้อหาของเกมก็โรแมนติคคลาสสิคมากๆ ชายหนุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้หยิงสาวที่ตนรัก ดูเผินๆเนื้อหาทำนองนี้อาจมีเยอะดาดเดื่อน แต่ Shadow of the Colossus ได้ทำให้มันแตกต่างออกไปจากทุกๆเรื่องที่เคยมีมา บทสรุปสุดท้ายของเนื้อเรื่องเป็นอะไรที่หักมุมและ "สะเทือนใจ" ผู้เล่นเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าเกมที่มีเนื้อเรื่องสั้นแสนสั้น เนื้อหาเพียงน้อยนิด จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกจับใจได้ถึงเพียงนั้น คนที่เสียน้ำตาให้เกมนี้ก็มีไม่น้อย (แน่นอนว่า ตัวคนเขียนรีวิวเกมนี้เองก้ด้วย)

กราฟฟิค : 10/10

คงไม่เวอร์จนเกินไปถ้าจะให้กราฟฟิคของเกมนี้ 10/10 และนี่คือที่สุดแล้วที่ PS2 จะสามารถทำภาพแบบนี้ได้ ด้วยฉากที่กว้างมากๆๆๆ สถานที่ต่างๆทุกหนทุกแห่ง เราสามารถปีนป่ายไปได้อย่างอิสระ ไม่มีโหลดคั่น ไม่มีตัดฉาก คุณสามารถเดินทางไปในดินแดนแห่งนี้ได้ทุกหนทุกแห่ง ตั้งแต่หุบเหวลึกจนถึงสวนลับสูงเสียดฟ้า ทุกอย่างล้วนเป็นเรียลไทม์เรนเดอร์ที่จับต้องได้ ปรับหมุนมุมกล้องได้อิสระ ฉากวิวและสถานที่ต่างๆก็สวยงามมากๆ หลายครั้งที่คนเล่นไม่ได้เดินทางไปหาปราบยักษ์ แต่เดินทางไปดื่มด่ำกับธรรมชาติและสถานที่ที่สวยงามที่มีในเกม กราฟฟิคของยักษ์ก็ทำออกมาได้สุดยอด ยักษ์สมชื่อ ใหญ่โตมโหราฬดูน่าสะพรึงกลัว (ตอนเล่นครั้งแรก คนเขียนรู้สึกกลัวยักษ์จนไม่กล้าวิ่งเข้าไปใกล้เลยทีเดียว)

[IMG]
แวะดูสถาปัตยกรรมโบราณกันหน่อยเป็นไร ในเกมมีสถานที่สิ่งปลูกสร้างสวยงามอีกเพียบ ลองค้นหาด้วยตัวคุณเอง

[IMG]
ลองวิ่งเล่นไปทั่วๆ จะพบธรรมชาติที่งดงามมากมาย

[IMG]
ฉากที่เห็นโล่งกว้างนี้ เราสามารถวิ่งไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ไม่มีโหลด ไม่มีตัดฉากใดๆทั้งสิ้น

[IMG]

[IMG]
ยักษ์แต่ละตัวมันมีความใหญ่โตมโหราฬขนาดไหน ดูด้วยตาตัวเองเถอะ นี่แค่เซิฟๆ !!

ระบบ : 8/10

ระบบพื้นฐานของเกมนี้ง่ายๆครับ ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด เพียงแค่ "จงชูดาบของเจ้าขึ้น ณ ที่ที่มีแสงสว่างส่องถึง จุดที่แสงรวมกันเป็นหนึ่งนั่นแหละคือที่สถิตของยักษ์"

ตัวเอกเกมนี้ไม่ได้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์มนาเหมือนเกมอื่นๆ จะมีก็เพียงดาบหนึ่งเล่ม ธนูหนึ่งคัน และม้าหนึ่งตัวในการผจญภัยไปในที่ต่างๆเพื่อตามหายักษ์ ยักษ์จะมีจุดอ่อนและวิธีปราบที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งแบบที่เดินดินธรรมดาๆ ยิงแสงได้ บินได้ ดำน้ำดำดินได้ ซึ่งเราต้องคิดหาวิธีปราบกันเอาเองจากคำใบ้เล็กๆจากดอร์มิน แต่ที่เหมือนๆกันทุกตัวคือ เราต้องปีน ปีน และปีนขึ้นไปตามตัวยักษ์เพื่อค้นหาจุดอ่อนของมัน แล้วใช้ดาบแทงมันซะ !! (แน่ล่ะว่า มันต้องมีพลาดท่าตกมาที่พื้นดังแอ๊ก แล้วโดนยักษ์เหยียบซ้ำ = =) ธนูมีไว้เพียงล่อให้ยักษ์เข้ามาหา เพราะดาเมจมันน้อยนิด เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มยักษ์ก็ไม่ปาน


[IMG]
เกาะเข้าไป เกาะเข้าไป ชื่อภาษาไทยเกมนี้คือ "เกาะยักษ์เพราะรักเมีย"

ในการปีนป่ายจะมีเกจความเหนื่อยซึ่งถ้าหมดเราก็จะหมดแรงร่วงลงสู่พื้น ซึ่งไอ้เกจนี้จะเพิ่มขึ้นได้เองหลังจากปราบยักษ์ไปเรื่อยๆ หรืออีกวิธีคือการล่าจิ้งจก ซึ่งจะอยู่ตามจุดเซฟในทุกหนทุกแห่งบน อ่านไม่ผิดหรอก ล่าจิ้งจก ในเกมนี้นอกจากจะมีให้เราสู้ยักษ์และเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปตามที่ต่างๆแล้ว เรายังสามารถตามหาล่าจิ้งจก สอยผลไม้กินเพิ่มเกจเลือด จับนก จับปลา และอื่นๆอีกมากมายให้เราทำ ซึ่งล้วนต้องอาศัยการสังเกต ใครว่างมากก็ลองเก็บสะสมเกจความเหนื่อยให้ได้เยอะๆ แล้วลองปืนขึ้นสู่สวนลับซีเคร็ตการ์เด้นดูก็ได้

เสียงประกอบ : 9/10

สุดยอดจริงๆอีกนั่นแหละครับ โดยเฉพาะเพลงเปิดเกมที่ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ เงียบเหงาเข้ากับบรรยากาศเกมมากๆ ในยามปกติจะเงียบไม่มีดนตรีประกอบ แต่เมื่อเจอยักษ์เมื่อไหร่ เพลงตอนสู้กับยักษ์จะทำให้เรารู้สึกกดดัน ตื่นเต้น ในเกมมีเพลงประกอบไม่มากนัก แต่ก็ขอยกนิ้วให้เลยครับ เพราะทุกเพลงล้วนเข้ากับบรรยากาศและเหตุการณ์ในตอนนั้นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนจบนี่เรียกน้ำตาได้เลยครับ

นอกจากเพลงประกอบแล้ว เสียงพากย์ที่ใช้ในเกมนี้ คือภาษาประดิษฐ์ที่ไม่มีในโลกแห่งความจริง ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเล่นเวอร์ชั่น Jap หรือ Eng ก็ไม่แตกต่างกันครับ

สรุปโดยรวมแล้ว เกมนี้คือสุดยอดเกมบน PS2 ในความรู้สึกของผมแล้วแหละ ผมไม่ค่อยเล่นเกมแนวอื่นนอกจาก RPG แต่พอได้เล่นเกมๆนี้ก็หลงรักขึ้นมาทันที ด้วยกราฟฟิค ฉากที่กว้างใหญ่ ธรรมชาติงดงาม ดนตรีประกอบ บรรยากาศวังเวงเงียบเหงา ความเป็นอิสระที่จะไปไหนมาไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เมื่อทุกอย่างรวมกันทำให้ผู้เล่นรู้สึกราวกับว่าไปอยู่ในโลกนั้นจริงๆ ฉากจบของเกมที่สะเทือนใจมากๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือ ความลึกลับของเนื้อเรื่องที่ยังคงน่าค้นหา เพราะการเล่าเรื่องด้วยภาพโดยไม่บอกอะไรคนเล่นเลย ทำให้ต้องจินตนาการไปต่างๆนาๆ เนื้อเรื่องของเกมยังคงเต็มไปด้วยปริศนา แม้แต่ทางผู้ผลิตเกมก็ไม่เคยกล่าวถึงรายละเอียดของเนื้อเรื่องเลย ปล่อยให้จินตนาการกันเอาเอง และที่สำคัญคือเกมนี้มีเนื้อหาเชื่อมต่อกับ ICO มันคือปฐมบทของ ICO ใครที่เคยเล่น ICO ไม่ควรพลาดเกมนี้เด็ดขาด ในทางกลับกัน ใครที่เล่นเกมนี้จบแล้วแต่ไม่เคยเล่น ICO ก็ควรไปหามาเล่นซะ ห้ามพลาดเด็ดขาด

สุดท้าย อยากบอกว่า โมโน นางเอกของเกม น่ารักที่สุดในตำนานแล้วครับ ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งๆที่ตลอดทั้งเกมเธอนอนอย่างเดียว ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้พูดอะไรซักประโยค แต่กลับทำให้คนเล่นหลายคนหลงไหลหัวปักหัวปำได้ หลังจากสู้ชนะยักษ์มาแต่ละครั้ง ผมต้องมาดูหน้าโมโนทุกครั้งก่อนออกไปสู้ครั้งต่อไป เพื่อเป็นกำลังใจก่อนไปสู้กับยักษ์ตัวต่อไป ขอสารภาพว่า ถ้าไม่มีโมโนผมคงเล่นเกมนี้ไม่จบแน่ๆ :aiii:

[IMG]

"โมโน แปลว่า หนึ่ง คือหนึ่งในใจผมตลอดกาล"

ef - a tale of memories - euphoric field (japanese)

posted on 05 Jun 2012 08:17 by iseria in Translation directory Entertainment, Asian
แปลแก้เครียด ระหว่างการทำงาน กับบทเพลงที่ผมชื่นชอบมานานมาก แต่เพิ่งมีโอกาสได้หยิบมาแปล เพลงสั้น แปลแปปเดียวเสร็จ แต่เพราะมากๆ Elisa สุดยอดจริงๆ Kiss
 
 
 
 
ef - a tale of memories - euphoric field (japanese)


words: nbkz Sakai
music & arrangement: TENMON
vocal: ELISA

夕闇迫る街の景色に 佇む独りで       
霞む空 揺らぐ空気さえ       
ずっと何か探して       
       
沈む暗い夜の       
向こうへ走りだす       
       
高鳴る胸の鼓動 振り切るゲージ       
溢れる涙を蹴散らせ       
夢つかんで       
       
言葉にならない昨日には 心隠してる       
無くしたいろ とり返すのは       
切れた糸繋ぐよう       
       
消えた音を紡ぐ       
勇気を揺り起こす       
       
忘れたくない想い 二人のメモリー       
あなたと作る未来 覚えていて       
       
希望に光る翼 見つけ出すからきっと       
いつか新しい世界に はばたけるの
 
Kanji by http://www.animelyrics.com/anime/efanime/euphoricfieldjp.jis

yuuyami semaru machi no keshiki ni tatazumu hitori de
kasumu sora yuragu kuukisae
zutto nanika sagashite

shizumu kurai yoru no
mukou e hashiridasu

takanaru mune no kodou furikiru GEEJI
afureru namida wo kechirase
yume tsukande

kotoba ni naranai kinou ni wa kokoro kakushiteru
nakushita iro torikaesu no wa
kireta ito tsunagu you

kieta oto wo tsumugu
yuuki yuriokosu

wasuretakunai omoi futari no MEMORII
anata to tsukuru mirai oboeteite

kibou ni hikaru tsubasa mitsukedasu kara kitto
itsuka atarashii sekai ni habatakeru no       
 
Romanji by http://www.animelyrics.com/anime/efanime/euphoricfieldjp.htm

ฉันยืนเดียวดายอยู่ท่ามกลางเมืองที่กำลังย่างเข้าสู่ความมืดมิดยามค่ำคืน
ท้องฟ้ามืดมัว  แม้กระทั่งอากาศก็ยังสั่นไหว
แต่ยังคงตามหาอะไรบางอย่างตลอดมา

ฉันวิ่งออกจากค่ำคืนที่มืดมิด

หัวใจเต้นระรัว  ราวกับจะหลุดออกจากร่าง
สลัดน้ำตาที่หลั่งรินออกไป
โอบกอดความฝันของตนไว้

วันวานที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นถ้อยคำ  ยังถูกปิดซ่อนอยู่ในหัวใจ
การจะเรียกสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมานั้น
ต้องประสานเส้นด้ายที่ขาดให้กลับมาเชื่อมกันอีกครา

เรียงร้อยเสียงที่ขาดหาย
ปลุกความกล้าหาญในตัวตนให้ตื่นขึ้น

ความทรงจำที่ไม่อยากลืมเลือน  ความทรงจำของเราสอง
ฉันจะจดจำอนาคตที่ได้ร่วมสร้างกับเธอไว้ตลอดไป

สักวันหนึ่งจะต้องค้นพบปีกที่สาดส่องไปสู่ความหวังได้แน่ๆ
เมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะสารมารถโบยบินไปสู่โลกใบใหม่ได้ไหมนะ
夕闇迫る街の景色に 佇む独りで
ฉันยืนเดียวดายอยู่ท่ามกลางเมืองที่กำลังย่างเข้าสู่ความมืดมิดยามค่ำคืน 
霞む空 揺らぐ空気さえ

ท้องฟ้ามืดมัว  แม้กระทั่งอากาศก็ยังสั่นไหว

ずっと何か探して

แต่ยังคงตามหาอะไรบางอย่างตลอดมา











沈む暗い夜の

ฉันวิ่งออกจากค่ำคืนที่มืดมิด


向こうへ走りだす

















高鳴る胸の鼓動 振り切るゲージ
หัวใจเต้นระรัว  ราวกับจะหลุดออกจากร่าง

溢れる涙を蹴散らせ

สลัดน้ำตาที่หลั่งรินออกไป


夢つかんで


โอบกอดความฝันของตนไว้












言葉にならない昨日には 心隠してる วันวานที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นถ้อยคำ  ยังถูกปิดซ่อนอยู่ในหัวใจ
無くしたいろ とり返すのは
การจะเรียกสิ่งที่สูญเสียไปกลับคืนมานั้น

切れた糸繋ぐよう

ต้องประสานเส้นด้ายที่ขาดให้กลับมาเชื่อมกันอีกครา










消えた音を紡ぐ

เรียงร้อยเสียงที่ขาดหาย


勇気を揺り起こす

ปลุกความกล้าหาญในตัวตนให้ตื่นขึ้น











忘れたくない想い 二人のメモリー
ความทรงจำที่ไม่อยากลืมเลือน  ความทรงจำของเราสอง
あなたと作る未来 覚えていて
ฉันจะจดจำอนาคตที่ได้ร่วมสร้างกับเธอไว้ตลอดไป










希望に光る翼 見つけ出すからきっと
สักวันหนึ่งจะต้องค้นพบปีกที่สาดส่องไปสู่ความหวังได้แน่ๆ
いつか新しい世界に はばたけるの
เมื่อถึงตอนนั้น ฉันจะสารมารถโบยบินไปสู่โลกใบใหม่ได้ไหมนะ